เทศบาลตำบลหัวสะพาน เชิญชวนประดับธงชาติไทย เนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปี ธงชาติไทย 28 กันยายน 2560


โครงการประชาสัมพันธ์ธงชาติไทยในวาระครบรอบ 100 ปี ธงชาติไทย
 

 
เชิญชวนประดับธงชาติไทย เนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปี ธงชาติไทย 28 กันยายน 2560

          ด้วยมติ ครม. เห็นชอบให้วันที่ 28 กันยายนของทุกปี เป็น วันพระราชทานธงชาติไทย และกำหนดให้เชิญและประดับธงชาติในวันดังกล่าว เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 6 ที่ทรงพระราชทานธงไตรรงค์เป็น ธงชาติไทย ถือเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญของไทย การประกาศให้เป็นวันพระราชทานธงชาติไทย (Thai National Flag Day) เริ่มตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน 2560 เป็นวันแรก โดยไม่ถือเป็นวันหยุดราชการ รวมทั้งกำหนดให้มีการชักธงและประดับธงชาติไทยในวันดังกล่าวด้วย เพื่อเป็นการสร้างความภาคภูมิใจของคนในชาติ และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว 

ธงแดง ธงวงจักร

ธงวงจักรและช้างเผือก ธงช้างเผือก

ธงพื้นแดง มีช้างเผือกยืนบนแท่นหันหลังให้เสาธง ธงไตรรงค์

 

ประวัติ

     แต่จุดเริ่มต้นของการใช้ธงเป็นสัญลักษณ์ประจำชาติไทย มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน ซึ่งเราต้องย้อนไปสมัยกรุงศรีอยุธยา ในรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

 

ธงแดงธงชาติแรกของไทย

     เมื่อวันที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2223 ในช่วงที่กรุงศรีอยุธยา มีความเจริญรุ่งเรืองและมั่งคั่งที่สุดในภูมิภาค ซึ่งจากประวัติศาสตร์ได้บันทึกไว้ว่า สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ไทยที่เลื่องลือในพระราโชบายทางคบค้ากับชาวต่างประเทศ และการเจริญสัมพันธไมตรีกับชาติมหาอำนาจในยุโรป ซึ่งนำมาสู่จุดกำเนิดของ ‘ธงแดง’ ธงชาติยุคแรกของสยาม

     ประเทศฝรั่งเศส ในยุคสมัยของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ได้จัดส่งเรือรบมายังสยาม จากหนังสือจดหมายเหตุของประเทศฝรั่งเศสได้มีการบันทึกไว้ว่า เมื่อวันที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2223 เรือเลอโวตูร์ เรือรบของฝรั่งเศสมีนายเรือชื่อ มองซิเออร์ คอนูแอน ได้นำเรือรบลำนี้เข้ามาบริเวณปากแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อเจริญพระราชไมตรี และเพื่อการค้ากับอยุธยา

     โดย มองซิเออร์ คอนูแอน ได้สอบถามไปทางฝ่ายอยุธยาว่าจะขอยิงสลุต (Salut) เมื่อเรือแล่นผ่านป้อมวิไชยเยนทร์ (ป้อมวิไชยประสิทธิ์ในปัจจุบัน) ซึ่งเป็นไปตามประเพณีของชาวยุโรป สมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงพระราชานุญาตพร้อมกับรับสั่งให้ออกพระศักดิ์สงคราม (เชอวาเลีย เดอ ฟอร์บัง) กำกับให้ทางป้อมยิงสลุตตอบรับด้วย

     แต่ตามประเพณีแล้ว การตอบรับจะต้องชักธงชาติเป็นสัญลักษณ์ตอบรับด้วย ซึ่งสยาม ณ เวลานั้นยังไม่มีธงประจำชาติ ทางป้อมจึงตัดสินใจใช้ธงประเทศฮอลันดาแทน แต่ประเทศฝรั่งเศสไม่ยอมรับ ด้วยเหตุผลว่าไม่ใช่ธงประจำประเทศไทย จึงให้นำธงฮอลันดาลง ฝ่ายสยามออกพระศักดิ์สงคราม จึงแก้ปัญหาด้วยการนำเอาธงแดงที่มีอยู่ในขณะนั้นขึ้นแทนธงชาติ ทำให้ทั้ง 2 ฝ่ายต่างก็ยิงสลุตกันอย่างยิ่งใหญ่ เพื่อเป็นการแสดงการยอมรับดังกล่าว เหตุผลนี้ธงแดงจึงเป็นธงประจำชาติผืนแรกของไทยอย่างไม่เป็นทางการ

  

การเปลี่ยนจากธงแดงสู่ ธงวงจักร และ ธงช้าง

     วิวัฒนาการของธงไทยได้เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย โดยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ผู้ก่อตั้งกรุงรัตนโกสินทร์ ได้ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เพิ่มรูปวงจักรสีขาวอยู่ตรงกลาง เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของเรือหลวง และเป็นการแยกระหว่าง ธงเรือหลวงกับเรือสินค้า เนื่องจากที่ผ่านมา เรือทั้ง 2 ชนิดใช้ธงสีแดงเหมือนกัน

     ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 ได้ทรงมีพระราชดำริให้นำเอารูปช้างเผือกสีขาววางไว้ตรงกลางวงจักรสีขาว เนื่องจากช้างคือสัญลักษณ์แห่งแผ่นดินของกรุงรัตนโกสินทร์

     พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ได้มีการใช้ธงสี่เหลี่ยมผืนสีแดง ตรงกลางมีรูปช้างเผือกเปล่าหันหน้าเข้าหาเสาธง โดยไม่มีวงจักรล้อมรอบตัวช้าง ซึ่งในช่วงนั้นมีการพื้นฟูความสัมพันธ์และเริ่มต้นทำสนธิสัญญาต่างๆกับชาติมหาอำนาจตะวันตกมากขึ้น จึงทรงมีพระราชดำริว่าสยามจำเป็นต้องมีธงชาติใช้ตามธรรมเนียมของชาติตะวันตก

 

     รัชกาลที่ 5 ในสมัย ร.ศ. 110 หรือหลังจากก่อตั้งกรุงรัตนโกสินทร์มาได้ทั้งหมด 110 ปี ซึ่งตรงกับพุทธศักราช 2434 ได้มีการจัดทำพระราชบัญญัติธง ฉบับที่ 1 เป็นแบบอย่างธงสยามที่รับรองเป็นกฎหมายเล่มแรก ว่าธงชาติสยามเป็นแบบไหน โดยในพระราชบัญญัติธงฉบับที่ 1 ข้อที่ 13 ได้ระบุไว้ว่า

     “ข้อ 13 ธงชาติสยาม เป็นรูปช้างเผือกเปล่าพื้นแดง ใช้ในเรือกำปั่นและเรือทั้งหลายของพ่อค้าเรือกำปั่นแลเรือต่างๆ ของไปรเวตทั่วไปในชาวสยาม

     ประกาศมาแต่พระที่นั่งจักรกรีมหาปราสาท ลงวันที่ 25 มีนาคม รัตนโกสินทร์ศก 110”

 

 

เหตุเกิดที่อุทัยธานี การเปลี่ยนธงช้างสู่ธงแดงขาวห้าริ้ว

     หลายคนอาจสงสัยว่าจากธงช้างที่ดูเหมือนจะสามารถเป็นสัญลักษณ์ของชาติไทยมาถึงปัจจุบันได้ ถูกเปลี่ยนกลายมาเป็นธงไตรรงค์ได้อย่างไร แต่แท้จริงแล้วการเปลี่ยนแปลงครั้งนั้นมีเหตุผลที่คาดไม่ถึงจากการที่ชาวจังหวัดอุทัยธานี รับเสด็จพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ในปี พ.ศ. 2459

     หลังจากที่มีการประกาศข่าวให้ประชาชนชาวเมืองทราบกันทั่วว่าพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จะเสด็จเยี่ยมราษฎรประจำจังหวัดอุทัยธานี และจะหยุดประทับแรมถึงสองราตรี ราษฎรจึงได้จัดเตรียมเคหสถานบ้านเรือนเป็นงานรับเสด็จเป็นการใหญ่ ส่งผลให้ตลอดข้างทางเสด็จในเมืองอุทัยธานี เต็มไปด้วยธงทิวผ้าเฟื่อง ซุ้มดอกไม้ และโต๊ะบูชา เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดี

     แต่ในระหว่างที่รัชกาลที่ 6 เสด็จพระราชดำเนินผ่านตัวเมืองอุทัยธานี ไปถึงแถบชุมชนที่ห่างจากบริเวณตัวเมือง ชาวบ้านในตัวชุมชนก็ได้พยายามติดธงช้างเพื่อให้การต้อนรับพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเช่นกัน แต่มีบ้านหลังหนึ่งที่ได้ธงมาอย่างกะทันหัน จึงได้เอาธงช้างไปติดไว้บนยอดหน้าจั่วหลังคา แต่เมื่อขบวนเสด็จพระราชดำเนินมาหยุดลง สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อล้นเกล้าล้นกระหม่อมทอดพระเนตรขึ้นไปเห็นธงช้างฝืนนั้น ก็มีอาการสะดุดพระเนตร เนื่องจากธงช้างติดอยู่ในลักษณะช้างนอนหงายเอาเท้าชี้ฟ้า ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่ไม่เป็นมงคล จากนั้นมา พระองค์จึงมีพระราชดำริว่า ธงชาติต้องมีรูปแบบที่สมมาตรเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก จึงเป็นจุดกำเนิดของธงแดงขาวห้าริ้ว ซึ่งเป็นรูปแบบสมมาตร และไม่ว่าติดด้านไหนก็ไม่มีลักษณะกลับหัว โดยสีแดงนั้นมาจากสีเดิมของธง ส่วนสีขาวมาจากช้างเผือกนั้นเอง

  

กำเนิดธงไตรรงค์ จากคำแนะนำของ อะแควเรียส หรือ อะแควริส ผู้ใช้นามแฝงในหนังสือพิมพ์กรุงเทพฯ เดลิเมล์ ฉบับวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2460  

     ก่อนที่สยามจะประกาศเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 1 ประเทศของเรายังคงอยู่ในช่วงทดลองใช้ธงห้าริ้ว โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงรับฟังความคิดเห็นทั่วไปเกี่ยวกับธงชาติสยาม แต่แล้ว ในหนังสือพิมพ์ กรุงเทพฯ​ เดลิเมล์ เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม ปี พ.ศ. 2460 ปรากฏว่ามีผู้ใช้นามแฝงว่า อะแควเรียส หรือ อะแควริส ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับธงชาติว่าควรเพิ่มสีน้ำเงิน เพื่อให้ธงชาติสยามมีสีน้ำเงิน แดง ขาว เหมือนกับชาติสัมพันธมิตรในสงครามโลกครั้งที่ 1 นั่นเอง

     บันทึกจดหมายเหตุรายวันของพระองค์ระบุไว้ว่า

     “เพื่อนของผู้เขียนได้แสดงความคิดเห็นว่า ไม่สู้พอใจต่อรูปแบบของธงสยามที่ทำขึ้นใหม่ เพราะเห็นว่าไม่สง่างามพอสำหรับประเทศ และได้ออกความคิดเห็นว่าริ้วแดงกลางควรจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน ดังนี้ริ้วขาวที่กระหนาบสองข้างประกอบกับริ้วสีน้ำเงินกลางก็จะรวมกันเป็นสีส่วนพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสีแดงกับขาวที่ริมประกอบกันก็จะเป็นสีสำหรับชาติ และด้วยประการนี้ กรุงสยามก็จะได้มีธงสีแดง ขาว กับน้ำเงิน เช่นเดียวกับ ธงสามสี  (ฝรั่งเศส) ธงยูเนี่ยนแจ็ค (อังกฤษ) และ ธงดาวและริ้ว (อเมริกัน)”

     ซึ่งพระองค์ทรงเห็นด้วย จึงได้เพิ่มสีน้ำเงิน สีทรงโปรดลงตรงกลาง ก่อนจะนำเรื่องเข้าประชุมลงมติเห็นชอบธงสามสีแบบที่คิดขึ้นใหม่ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ใช้ ธงไตรรงค์ เป็นธงประจำชาติ และได้พระราชทานธงไตรรงค์ เป็นธงชาติสยาม เมื่อวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2460 ตามพระราชบัญญัติแก้ไขพระราชบัญญัติธง พุทธศักราช 2460

 

 

อ้างอิง

29/09/2017

5642

ดูครั้ง

เทศบาลตำบลหัวสะพาน
333 หมู่.10 ต.หัวสะพาน อ.เมืองเพชรบุรี จ.เพชรบุรี 76000
โทรศัพท์ 032 771560-1
โทรสาร 032-771559
เว็บไซต์ : http://www.huasaphan.go.th